รายละเอียดสินค้า
| รหัสสินค้า : | ms003 |
|---|---|
| ยี่ห้อ : | ชุดสุขภาพพื้นฐานคุณแม่ 3 BLACKMORE Multi Vitamin+Mineral 60 เม็ด + BLACKMORE FIS |
| รุ่น : | ชุดสุขภาพพื้นฐานคุณแม่ 3 BLACKMORE Multi Vitamin+Mineral 60 เม็ด + BLACKMORE FIS |
| สภาพสินค้า : | สินค้ามือใหม่ |
| Links : | คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง |
|
ราคา :830.00 ฿
|
| Add to Cart Share with Friends |
| รายละเอียดสินค้า : |
ชุดสุขภาพพื้นฐานคุณแม่ 3 BLACKMORE Multi Vitamin+Mineral 60 เม็ด + BLACKMORE FISH OIL 1000 MG BLACKMORE Multi Vitamin+Mineral 60 เม็ด มัลติวิตามิน+เกลือแร่ 60เม็ด
ข้อมูลสินค้า อาหารเสริม วิตามิน Vitamin Blackmores Multivitamins and Minerals BLACKMORE FISH OIL 1000 MG.
คุณสมบัติ ส่วนประกอบสำคัญ
Eicosapentaenoic
acid หรือ EPA (ได้จาก น้ำมันปลา 1,000 มก.) 180 mg น้ำมัน ปลา เป็นสารอาหารประเภทไขมัน ซึ่งประกอบด้วย กรดไขมันในกลุ่ม Omega-3 Polyunsaturated Fatty Acid ซึ่งมีกรดไขมันที่สำคัญอยู่ 2 ชนิด คือ 1. EPA (Eicosapentaenoic Acid) กรดไขมันชนิดนี้ มีส่วนช่วยลดระดับไขมัน?ไตรกลีเซอร์ไรด์ใน เลือด ป้องกันไขมันอุดตัน หลอดเลือด ป้องกันการเกาะตัวของ เกล็ดเลือด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุในการเกิดโรคหัวใจและสมองอุดตัน 2. DHA (Docosahexaenoic Acid) กรดไขมัน DHA มีบทบาทที่สำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาสมองและ สายตา ช่วยเสริมสร้างและ ป้องกันความเสื่อมของสมอง การ เรียนรู้ และความจำ รวมถึงระบบสายตา ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ น้ำมันปลา.....สำคัญต่อระบบสมอง 1. ลด เซลล์สมองเสื่อม ป้องกันโรคสมองเสื่อม จากการศึกษาพบว่า 40% ของกรดไขมันในสมอง และ 60% ของกรดไขมันในประสาทตา คือ DHA (Docosahexaenoic Acid) ทำให้กรดไขมัน DHA ในน้ำมันปลา มีบทบาทที่สำคัญและจำเป็นต่อสมอง ผลวิจัยทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัย UCLA ของอเมริกา พบว่าการรับประทานน้ำมันปลาช่วยป้องกันสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ (Azheimer) ได้ เนื่อง จากการศึกษาเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ในคนสูงอายุกว่า 1,000 คน เป็น เวลา 10 ปี พบว่าระดับ DHA ที่ลดต่ำลงก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค สมองเสื่อม และยังพบว่าสำหรับคน ไข้อัลไซเมอร์ DHA จะช่วยเพิ่มสาร LH11ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นตัวช่วยลดการเกิดการส ร้าง plaques (เส้นใย หรือ ไฟ บริล) ในสมอง ซึ่งเป็นตัวการที่ทำลายใยประสาทส่วนความจำ คนสูงอายุที่มีการสร้างสารนี้เยอะจะทำให้ความ จำเสื่อม และหลงลืม 2. ลด ภาวะซึมเศร้า จากการวิจัยพบว่าผู้ ที่บริโภคปลาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง มี อัตาเป็นโรคซึมเศร้าต่ำ เพราะสมดุล ของกรดไขมันในร่างกายมีผลต่อความรุนแรงในการเกิดโรคซึมเศร้า คนที่มีระดับของกรดไขมันโอเมก้า-3 ต่ำ และ โอเมก้า-6 สูง จะมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้ามากกว่าปกติ ซึ่งการรักษาคนไข้ซึมเศร้าในโรงพยาบาลพบว่า DHA ให้ผลในการรักษาอย่างมีนัยสำคัญ น้ำมันปลา.....สำคัญต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด 1. ป้องกัน โรคหัวใจและสมองขาดเลือด น้ำมันปลาจะ ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและลดไขมันในเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดที่ไป เลี้ยงส่วนต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจและสมอง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ ที่รับประทานน้ำมันปลาวันละ 3,000 มิลลิกรัม ร่วมกับวิตามินอี ธรรมชาติ 200-400 ยูนิต สามารถลดอัตราการตายเนื่องจากหัวใจล้มเหลวลง 15% เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับประทาน น้ำมันปลา 2. ป้องกัน โรคหลอดเลือดอุดตัน กรดไขมันโอเมก้า-3 ในน้ำมันปลา เป็นสารตั้งต้นของสารกลุ่มไอโคซานอยด์ (Eicosanoids) อันได้แก่ พรอสตาแกลนดิน-3 (Prostaglandins-3) และทรอมบอกแซน-3 (Thromboxan-3) ซึ่งสารกลุ่มนี้จะช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด จึงมีส่วนช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น ลดการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ 3. ช่วย ลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ผล การ วิจัยสรุปว่าน้ำมันปลา จะมีประสิทธิภาพที่ดีในการลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไร ด์ในเลือด ได้ประมาณ 20%-50% ซึ่ง ประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาที่ใช้ในการลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ และถึงแม้ว่าผู้ป่วยที่มีระดับไขมันไตรกลี เซอร์ไรด์สูงถึง 500 มิลลิกรัมต่อ เดซิลิตร น้ำมันปลาก็ยังเป็นทาง เลือกที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดระดับไขมัน ไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดได้เป็นอย่างดี และ ที่สำคัญ คือ ความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายสามารถใช้ร่วมกับยา ในการลดระดับไขมันโคเลสเตอรอล สำหรับผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงทั้ง 2 ชนิด ลดความดันโลหิตสูง ผลในการลดความดันโลหิต สำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไม่มาก ซึ่ง John Hopkins Medical School ได้สรุปรวบรวมผลการศึกษาจาก 17 รายงานการศึกษาทางน้ำมันปลา.....หลากหลายประโยชน์ต่อสุขภาพ 4. คลี นิค พบว่าการรับประทาน น้ำมันปลาประมาณ 3,000 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถช่วยลดความดันล่าง (Diastolic pressure) ได้ 3.5 มิลลิเมตร และความดันบน (Systolic pressure) ได้ถึง 5.5 มิลลิเมตรปรอท เนื่องจากกรดไขมันโอเมก้า-3ในน้ำมันปลา จะช่วยทำให้หลอดเลือดขยายตัว และ ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด ทำ ให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น จึง มีผลให้ความดันโลหิตลดลง 1. เบา หวาน เบาหวานที่พบบ่อย คือ เบา หวานชนิดที่สองที่มักพบในผู้ใหญ่ที่อ้วน ซึ่งนักวิจัยชาวเนเธอร์แลนด์ค้นพบว่า กรดไขมัน EPA ในน้ำมันปลา จะช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้นในผู้ป่วยเบาหวาน 2. ปวด ไมเกรน กรดไขมัน EPA ในน้ำมันปลา จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสารพรอสตาแกลนดิน และลดการหลั่งสารซีโลโทนิน ทำให้การเกาะตัวของเกร็ดเลือดลดลงในระยะที่มี การบีบตัวของหลอดเลือดในสมอง ลจึง มีส่วนช่วยลดอาการไมเกรนได้ 3. หอบ หืด การรับประทานน้ำมันปลา จะช่วยลดสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ที่ เป็นตัวการสำคัญให้เกิดอาการของหอบหืดขึ้น คือ สารลิวโคไตรอิน และพรอสตาแกลนดิน ดังนั้นการรับประทานนักมันปลาอย่างต่อเนื่อง จากช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้
ข้อควรระวังในการบริโภค น้ำมันปลา
ขนาดรับประทาน รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ3 ครั้ง |
|---|---|
| แก้ไขล่าสุด : | 19/09/2010 |











