รายละเอียดสินค้า

ชุดเพิ่มความสดชื่นคุณแม่ 4 Mega We Care Nat B 40 Capsules + Mega We Care Alerten 25mg 30 Capsules
 
รหัสสินค้า : ms033
ยี่ห้อ : ชุดเพิ่มความสดชื่นคุณแม่ 4 Mega We Care Nat B 40 Capsules + Mega We Care Alerten
รุ่น : ชุดเพิ่มความสดชื่นคุณแม่ 4 Mega We Care Nat B 40 Capsules + Mega We Care Alerten
สภาพสินค้า : สินค้ามือใหม่
Links : คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ราคา :720.00 ฿
Add to Cart Share with Friends
รายละเอียดสินค้า :

ชุดเพิ่มความสดชื่นคุณแม่ 4

Mega We Care Nat B 40 Capsules + Mega We Care Alerten 25mg 30 Capsules

Mega We Care Alerten 25mg 30 Capsules

โคเอนไซม์คิวเทน โดยทั่วไปเรามักรู้จักกันในส่วนผสมของเครื่อง สำอาง เพื่อถนอมผิวพรรณ ลดริ้วรอยหรือชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว แต่ในทางการแพทย์แล้ว พบว่า โค เอนไซม์ คิวเทน เป็นสารที่พบได้โดยปกติในร่างกายเรา ไม่ได้พบเฉพาะในเครื่องสำอางเท่านั้น และยังมีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของเราอีก ด้วย

โคเอนไซม์คิวเทน มีความสำคัญต่อระบบหัวใจและสมอง ของเราอย่างไร

ใน ปี คศ. 1957 ได้มีการค้นพบ โคเอนไซม์ คิวเทน ใน ทุกเซลของร่างกายที่มีชีวิต ซึ่ง ร่างกายเราสามารถสร้างได้เอง และ มีความสำคัญในการสร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ ทำให้เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำงานเป็นปกติ พบมากในอวัยวะที่ต้องการพลังงานสูง โดยเฉพาะหัวใจ สมอง ตับ ไต ซึ่ง หากขาดโคเอนไซม์ คิวเทน จะทำให้ร่างกายขาดพลังงานไปอย่างมาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจลดลง หรือเซลล์สมองทำงานผิดปกติ นอกจากความสำคัญในการสร้างพลังงานพื้นฐานของ เซลล์ต่างๆ แล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มี ฤทธิ์แรง ช่วยชะลอความเสื่อมของ เซลล์ต่างๆ อีกด้วย

โคเอนไซม์ คิวเทนได้จากอาหารแหล่งใดบ้าง

เรา สามารถ พบ โคเอนไซม์ คิวเทน จาก อาหารต่างๆ เช่น เนื้อปลา เนื้อวัว เครื่องในสัตว์ ถั่วเปลือกแข็ง แต่ในระหว่างการปรุงอาหารโดยใช้อุณหภูมิสูง เช่น การ ปิ้ง ทอด ย่าง ซึ่ง ทำให้ โคเอนไซม์ คิวเทน ถูก ทำลายไป การได้รับ โคเอนไซม์ คิวเทนจากอาหารเสริมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นที่นิยมอย่าง แพร่หลาย

ภาวะที่พบว่ามีปริมาณโคเอนไซม์ คิวเทนลดลง

1.    การ ใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาลดไขมันคลอ เลสเตอรอลในเลือดกลุ่มสแตติน

2.    ผู้ ป่วยโรคต่างๆ เช่น โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคเอดส์ โรคไต โรค เหงือกอักเสบ โรคสมอง เช่น โรค อัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน

3.    ภาวะ ที่ร่างกายมีความเครียด เช่น ทำงานหนัก , พักผ่อนน้อย , ขาดอาหาร , มีการติดเชื้อ

4.    ร่าง กายมีการใช้มากเกินไป ในบางภาวะ เช่น การ ออกกำลังกาย การเผาผลาญที่มากผิด ปกติ อาการช็อกเฉียบพลัน

5.    วัย ที่เพิ่มขึ้น ร่างกายมนุษย์สามารถ สร้างโคเอนไซม์ คิวเทน ได้ในปริมาณสูงสุด เมื่ออายุ 20 ปี หลัง จากนั้น ปริมาณจะลดลลง เช่น เมื่อ อายุ 40 ปี พบเพียง 64% อายุ 80 ปี พบเพียง 36%

6.    ได้ รับจากมื้ออาหารน้อยเกินไป

ผลการศึกษาทางการแพทย์ถึง ประโยชน์ของโคเอนไซม์คิวเทนมีดังนี้

1. ช่วยลดผลข้างเคียงของยาลดไขมันคลอเลสเตอรอลใน เลือดกลุ่มสแตติน

จาก การ วิจัยพบว่า ยาลดไขมันคลอเลสเตอร อลในเลือดกลุ่มดังกล่าว ทำให้ปริมาณโค เอนไซม์ คิวเทนในร่างกายลดลง เนื่องจากขั้นตอนการออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้าง ไขมันคลอเลสเตอรอล จะมีผลยับยั้งการ สร้างโคเอนไซม์ คิวเทน ไปด้วย นำ ไปสู่การขาดโคเอนไซม์ คิวเทน ซึ่งอาการเริ่มแรกจะสังเกตได้จากการมีภาวะ กล้ามเนื้อแขน ขาอ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ หากรุนแรงจะมีผลกระทบกับอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ตับทำงานผิดปกติได้ ผลกระทบดังกล่าวจะพบได้มากขึ้นในผู้สูงอายุ ผู้ที่ใช้ยาปริมาณสูง ผู้ที่ใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือผู้ที่มีโรคเรื้อรังประจำตัวอื่น อยู่ ก่อน และพบว่าเมื่อให้โค เอนไซม์ คิวเทนเสริม จะช่วยลดผลกระทบดังกล่าวได้

2. ประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

จาก ความ สำคัญของ โคเอนไซม์ คิวเทน ใน การสร้างพลังงานของเซล และการเป็นสาร ต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องและชะลอการเสื่อมของเซลต่างๆ ทั่วร่างกาย จึงมีการนำมาใช้ เพื่อประโยชน์ ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดย พบว่าช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานดีขึ้น อาการของโรคหัวใจดีขึ้น ความ ดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงลดลง

3. ประโยชน์ต่อสมอง

จาก การ ศึกษาพบว่า ระดับ โคเอนไซม์ คิวเทน ในสมองของคนเราจะเริ่ม ลดลงเมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดโรคสมอง เช่น โรค อัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน ซึ่งพบว่าผู้ป่วยดังกล่าวจะมีปริมาณ โคเอนไซม์ คิวเทน ในสมองลดลง และเมื่อให้ โคเอนไซม์ คิวเทน แล้ว ช่วย ให้อาการต่าง ดีขึ้น และ ยังช่วยชะลอการดำเนินของโรคให้ช้าลงได้อีกด้วย

4. ประยชน์ด้านอื่นของโคเอนไซม์ คิวเทน

นอก จาก มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด สมอง และ ช่วยลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาลดไขมันคลอเลสเตอรอลกลุ่มสแตตินแล้ว โคเอนไซม์ คิวเทน ยังช่วยชะลอความเสื่อม ของร่างกาย ช่วยให้ระบบภูมิคุ้ม กันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ช่วย ป้องกันอันตรายที่เกิดจากรังสียูวี และ ชะลอการเกิดริ้วรอยของผิวเราได้อีกด้วย

ผู้ที่เหมาะสมในการบริโภค

1.    ผู้ ที่ใช้ยาลดไขมันคลอเลสเตอรอลในเลือดกลุ่มสแตติน

2.    ผู้ ป่วยโรคหัวใจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อ หัวใจ

3.    ผู้ ที่มีความดันโลหิตสูง

4.    ผู้ ที่มีภาวะการทำงานของสมองผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ , ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน

5.    ผู้ ที่ต้องการเสริมเพื่อป้องกันโรคจากความเสื่อมต่าง ของ ร่างกาย

6.    ผู้ ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ

คำแนะนำในการเลือกซื้อ

เนื่องจากโคเอนไซม์คิวเทน ละลายได้ดีในไขมันโคเอนไซม์คิวเทน ที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี จะต้องอยู่ในรูปแบบที่ละลายในน้ำมันและน้ำ เช่นรูปแบบที่เรียกว่า อีมัลชั่น ในแคปซูลนิ่ม ที่ร่างกายจะดูด ซึมได้ดีกว่า โคเอนไซม์ คิวเทน ที่ อยู่ในรูปผงในแคปซูลชนิดแข็ง

 

ปริมาณที่แนะนำ


ผู้ที่ใช้ยาลดไขมันคลอเลสเตอร อลกลุ่มสแตติน

รับประทานครั้งละ 25 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง พร้อมอาหาร

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง

รับประทานครั้งละ 25มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง พร้อมอาหาร

ผู้ที่ใช้ยาลดไขมันคลอเลสเตอร อลกลุ่มสแตติน มีโรคเบาหวาน และ/หรือ ความดันโลหิตสูงร่วมด้วย

รับประทานครั้งละ 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร

ผู้ที่มีภาวะการทำงานของสมองผิดปกติ เช่น ผู้ ป่วยโรคอัลไซเมอร์ , ผู้ป่วยโรคพา ร์กินสัน , ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงาน ของกล้ามเนื้อหัวใจ

รับประทานครั้งละ 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร

ผู้ที่ต้องการเสริมเพื่อป้องกันโรค จากความเสื่อมต่าง ของร่างกาย หรือเป็นโรคเหงือกอักเสบ

รับประทานครั้งละ 25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร




ALERTEN 25

ใน 1 แคปซูลประกอบด้วย

Coenzyme Q10               25        mg

Mega We Care Nat B 40 Capsules

ใน ชีวิต ประจำวัน เราต้องเผชิญกับความ เครียดอย่างหลีกไม่พ้น โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์สามารถทนต่อความเครียดได้ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าความเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และปล่อยให้สะสมมากเกินความสามารถที่จะปรับ ตัวได้ จะเป็นภัยเงียบที่ส่ง ผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและ จิต ใจ

ความ เครียดภัยร้ายทำลายสุขภาพ
ความเครียด จะเริ่มต้นจากอารมณ์ ความรู้สึก และสภาพจิตใจทางด้านลบ เช่น รู้สึกวิตกกังวล คับข้องใจ อารมณ์เสีย ขาดสมาธิ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเนื่องไปยังร่างกาย เช่น ปวด ศรีษะ อ่อนเพลีย กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นต้น ถ้าปล่อยให้ความเครียดเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็น เวลานาน อนุมูลอิสระและสารเคมี ที่หลั่งออกมาในภาวะเครียด จะ เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็ง เบา หวาน เป็นต้น

จะ เห็น ว่า ผู้ที่มีความเครียด เป็นประจำ ไม่ได้เพียงกระทบต่อ ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่อาจเป็น สาเหตุของโรคเรื้อรังต่างๆ ที่ ทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัวในระยะยาว

 

วิตามิน บี กับการจัดการความเครียด
การผ่อนคลายความเครียดทำได้หลายวิธี นอกจากการพักผ่อน ออกกำลังกาย ทำสมาธิแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่ มีผลการวิจัยทางการแพทย์ว่าสามารถช่วยบรรเทาความเครียด และทำให้อารมณ์ดีขึ้นได้ คือ การ รับประทานวิตามินบี ปริมาณสูง

วิตามิน บี ผ่อนคลายความเครียดได้อย่างไร
ในภาวะที่ร่างกายเผชิญกับความเครียด สมองและระบบประสาทต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก และต้องใช้วิตามินบีมากขึ้นด้วยเพื่อเป็นส่วน ประกอบที่สำคัญในการขบวนการ สร้าง พลังงานจากสารอาหาร ดังนั้นในขณะ เครียดวิตามินบีจึงถูกใช้หมดลงอย่างรวดเร็ว ผลก็คือระบบต่างๆ ของ ร่างกาย รวมถึงสมองและระบบ ประสาทจะขาดพลังงานในการทำงาน ซึ่ง นำไปสู่ภาวะเครียดที่รุนแรงยิ่งขึ้น ผู้ อยู่ในภาวะเครียดจึงควรได้รับวิตามินบี ปริมาณสูงเพียงพอเพื่อใช้เปลี่ยนสารอาหารให้เป็นพลังงานแก่ระบบ ต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงสมองและระบบประสาทได้ทันที

วิตามิน บี ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ฉับไว อารมณ์แจ่มใส
มีการศึกษาหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ประโยชน์ของวิตามินบีปริมาณสูงต่อภาวะ ความ เครียด โดยให้กลุ่มตัวอย่าง 120 คน รับ ประทานวิตามินบี 1 ปริมาณ 50 มิลลิกรัม/วัน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 เดือน ติดตาม ผลด้านอารมณ์ ความจำ และระยะเวลาการตอบสนอง พบว่า กลุ่ม ตัวอย่างมีอารมณ์ที่พัฒนาดีขึ้น คือ ทำให้สมองปลอดโปร่ง อารมณ์ดีขึ้น รู้สึกประปรี้กระเปร่าขึ้น และ มีปฏิกิริยาการตอบสนองที่เร็วขึ้นอีกด้วย¹

จะ เห็น ว่าวิตามินบี มีบทบาทสำคัญที่ช่วย ให้ผ่อนคลาย และยังช่วยให้สมองปลอด โปร่ง มีสมาธิ การเรียนรู้ และอารมณ์ที่ดีขึ้นด้วย

วิตามิน บี ช่วยให้พลังงาน พร้อมรับวันใหม่
วิตามินบีแต่ละชนิด จะทำงานร่วมกัน และเป็นส่วนประกอบสำคัญช่วยในการเผาผลาญอาหาร กลุ่มคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้ เป็นพลังงานแก่ร่างกายเพื่อใช้ในกิจกรรมต่าง ในชีวิตประจำวัน และวิตามินบียังมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโต และขบวนการสร้างเม็ดเลือดเพื่อ นำ พาออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้อย่างทั่วถึง ทำให้ร่างกายมีพลังงานพร้อมเผชิญกับภารกิจได้อย่างสดชื่นตลอดวัน

ร่าง กายต้องการวิตามินบีมากขึ้น แต่สร้างเองไม่ได้
วิตามินบี เป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ ขึ้นเองได้ จึงต้องได้รับจากอาหาร หรือวิตามินเสริมเท่านั้น และ ด้วยวัฒนธรรมการบริโภคอาหารจานด่วนที่มีคุณค่าน้อยลง การนิยมบริโภคข้าวขัดสี การหุงต้มที่สูญเสียวิตามินบี 10-50 เปอร์เซ็นต์ สังคมที่มีการดื่มสังสรรค์บ่อยครั้งมากขึ้น ซึ่งพบว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ มักขาดวิตามินบี ปัจจัยที่ยากจะหลีก เลี่ยงเหล่านี้ ล้วนส่งผลทำให้ร่างกาย ได้รับวิตามินบีลดลง

นอก จาก นี้การดำเนินชีวิตในสังคมเมืองที่มีการแข่งขันสูง ส่งผลให้เผชิญกับความเครียดจากการทำงาน การเรียน ทำให้ร่างกายมีความต้องการใช้วิตามินบีมากขึ้น จนอาจเป็นสาเหตุให้วิตามินบีไม่เพียงพอต่อ ความต้องการของร่างกาย

ใคร บ้างที่ควรเสริมวิตามินบี

1.    ผู้ บริหารทุกระดับ

2.    ผู้ ที่มีความเครียดเป็นประจำ

3.    นัก เรียน นักศึกษา ที่เรียนหนัก

4.    ผู้ ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

5.    ผู้ ป่วยพักฟื้น ผ่าตัด

1 แคปซูล ประกอบด้วย

Vitamin B1 (Thiamine Mononitrate)       50 mg

Vitamin B2 (Riboflavin)                        50 mg

Vitamin B3 (Nicotinamide)                   50 mg

Calcium Pantothenate                         50 mg

Vitamin B6 (Pyridoxine Hydrochloride)   50 mg

Vitamin B12                                       50 mcg

Folic Acid                                          100 mcg

Choline Bitartrate                                 50 mg

Biotin                                                 50 mcg

Inositol                                               50 mg

 

ขนาดรับประทาน

รับประทานวันละ 1 เม็ด พร้อม อาหาร

แก้ไขล่าสุด : 19/09/2010