รายละเอียดสินค้า
| รหัสสินค้า : | eh015 |
|---|---|
| ยี่ห้อ : | Dr.lee Billberry Plus 60 Caps |
| รุ่น : | Dr.lee Billberry Plus 60 Caps |
| สภาพสินค้า : | สินค้ามือใหม่ |
| Links : | คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง |
|
ราคา :1349.00 ฿
|
| Add to Cart Share with Friends |
| รายละเอียดสินค้า : | Dr.lee Billberry Plus 60 Caps Dr.Lee&Dr.Albert Billberry Plus 60 Caps Dr.Lee&Dr.Albert Billberry Plus 60 Caps
Bilberry Lutein taurine บิลเบอร์รี่ ลูทีน ทอรีน ความพิเศษสำหรับดวงตาคุณ ช่วยสร้างภาพคมชัด บำรุงสุขภาพของจอรับภาพ และช่วยให้หลอดเลือดฝอยในตาแข็งแรง Bilberry บิลเบอร์รี่ บิลเบอร์รี่ ( Vaccinium myrtillus ) มีคุณค่าทางอาหารสูง สารอาหารที่อยู่ในบิลเบอร์รี่ คือ “ แอนโธไซยานิน ” แอนโธไซยานินมีคุณสมบัติช่วยปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ กระตุ้นการผลิตโรดอปซิน ( สารสีที่ช่วยตาปรับการมองเห็นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของแสง ) ทำให้ผนังหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดเล็กๆที่บริเวณดวงตาแข็งแรง เพิ่มการไหลเวียนเลือดของหลอดเลือดทุกระบบทั่วร่างกาย อีกทั้งยังทำให้คอลลาเจนแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ในบิลเบอร์รี่ยังมีสาร “ แทนนิน ” ที่ช่วยลดอาการอักเสบ และฝาดสมานอีกด้วย · ลดอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตา บิลเบอร์รี่จะช่วยต่อต้านกับความเครียดที่เกิดขึ้นที่บริเวณดวงตา ลดอาการบวมหรืออักเสบ และเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงที่ดวงตา · ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น เนื่องจากบิลเบอร์รี่จะช่วยจะช่วยกรพตุ้นการผลิตโรดอปซิน ดังนั้น การรับประทานบิลเบอร์รี่จะส่งผลให้ความคมชัดในการมองเห็นในที่มืดดีขึ้น และตาปรับความคมชัดในการมองเห็นเมื่อตาโดนแสงจ้าได้เร็วขึ้นด้วย · ป้องกันเบาหวานขึ้นตา แร่ธาตุโครเมียมที่มีอยู่ในบิลเบอร์รี่จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยป้องกันเบาหวานขึ้นตา นอกจากนี้สารแทนนินที่อยู่ในบิลเบอร์รี่ยังช่วยเร่งการสมานแผลที่หายยากในผู้ที่เป็นเบาหวานได้ · ชะลอความเสื่อมของโรคต้อกระจก ( cataracts ) การศึกษาในผู้ป่วยชาวอิตาลีที่เป็นโรคต้อกระจกระยะแรกจำนวน 50 คน พบว่าการรับประทานบิลเบอร์รี่ร่วมกับวิตามินอีจะช่วยหยุดยั้งความเสื่อมของโรคได้ถึง 97% · ช่วยป้องกันเส้นเลือดฝอยในตาเปราะแตกง่าย บิลเบอร์รี่เพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ทำให้มีการลำเลียงเลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงดวงตาให้ดีขึ้น · ชะลอความเสื่อมโรคต้อลม ลดอาการอักเสบ
Lutein ลูทีน เป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ได้มาจากดอก Marigold มีกลไกที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1. ช่วยกรองแสงสีน้ำเงิน ( blue light ) 2. เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ 3. เพิ่มการสร้างเม็ดสีในดวงตา การรับประทานลูทีนจะทำให้ร่างกายได้รับสารซีแซนทีนซึ่งเป็นเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของสายตาไปด้วยพร้อมกัน เนื่องจากร่างกายของเราจะเปลี่ยนลูทีนบางส่วนไปเปซีแซนทีนในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย ดังนั้นถ้าเรารับประทานลูทีนอย่างเพียงพอ จะไม่ต้องกังวลว่าร่างกายจะขากซีแซนทีน ลูทีนกับซีแซนทีนจะช่วยการสร้างเม็ดสีในดวงตา ซึ่งเรตินาจะอาศัยเม็ดสีเหล่านี้ในการสร้างภาพที่คมชัด การศึกษาทางระบาดวิทยาพบว่า การรับประทานลูทีนช่วยป้องกันและชะลอความเสื่อมของโรคจอประสาทตาเสื่อม ( age-related macular degeneration : AMD ) โรคต้อกระจก ( cataracts ) และโรคเซลล์รับแสงในตาเสื่อมสภาพ ( retinitis pigmentosa ) ได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ลูทีนมีบทบาทในโรคเรื้อรังหลายๆโรค เช่น โรคหัวใจ โรคที่เกิดจากเซลล์ผิดปกติที่เต้านม ลำไส้ใหญ่ ผิวหนัง ปากมดลูก และรังไข่
Taurine ทอรีนเป็นกรดอะมิโนจำเป็นในบางสภาวะ และพบมากในเรติน่า แต่ทอรีนมีความพิเศษอยู่ตรงที่ไม่ได้ถูกนำมาสร้างเป็นโปรตีนเหมือนเช่นกรดอะมิโนชนิดอื่นๆ ทอรีนมีส่วนช่วยในกระบวนการต่างๆของร่างกาย เช่น การทำงานของกรดน้ำดี การขจัดสารแปลกปลอม การรักษาสมดุลสารน้ำในร่างกาย และควบคุมการทำงานของระบบประสาท ระดับทอรีนที่ต่ำจะเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะผิดปกติของจอประสาทตา การเจริญเติบโตช้า และโรคกล้ามเนื้อหัวใจ ทอรีนมีบทบาทสำคัญต่อเรตินาของดวงตา มีการทดลองว่าการขาดทอรีนในแมวแสดงให้เห็นว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดการทำลายเซลล์ตัวรับภาพรูปทรงกรวย ( cone photoreceptor cell ) และ เรติน่าเสื่อมอย่างถาวร ( retinal degeneration ) ความผิดปกติของเมตาบอลิซึมของทอรีนมีความเป็นไปได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคเซลล์รับแสงเสื่อมสภาพ ( retinitis pigmentosa ) · ทอรีนในเรติน่าช่วยควบคุมแรงดันออสโมติก ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ และความเข้มข้นของแคลเซียมไอออนในเซลล์คงสภาพ และทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระโดยจับกับอนุมูลอิสระที่ไปทำลายเซลล์ต่างๆ · ทอรีนช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์รูปแท่ง ( rod cell ) ช่วยให้การมองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น ช่วยขจัดซากสิ่งสกปรกในดวงตาและเป็นสารอาหารสำคัญที่ทำงานร่วมกับลูทีน ช่วยป้องกันไม่ให้แสงไปทำลายเรติน่า
วิธีรับประทาน รับประทานวันละ 1 แคปซูล
ผู้ที่ควรรับประทานบิลเบอร์รี่ ลูทีน และทอรีน 1. ผู้ที่ต้องใช้สายตามากๆ เช่น ขับรถ อ่านหนังสือ ทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เล่นเกมส์ 2. ผู้ที่มีอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อตา 3. ผู้ที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม 4. ผู้ที่เป็นโรคต้อหิน ต้อกระจก ต้อลม 5. ผู้ที่เป็นโรคเซลล์รับแสงในตาเสื่อมสภาพ 6. ผู้ที่เป็นโรคเรติน่าเสื่อม 7. ผู้ที่มีปัญหาการมองเรื่องปรับการมองเห็นในเวลากลางคืนหรือแสงจ้า 8. ผู้ที่ต้องใช้สายตากลางแจ้ง เช่น เล่นเทนนิส กอล์ฟ หรือว่ายน้ำ 9. ผู้ที่ชอบถ่ายภาพ หรือโดนแสงไฟจ้าเป็นประจำ 10.ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับดวงตา และการมองเห็น |
|---|---|
| แก้ไขล่าสุด : | 31/01/2011 |











