รายละเอียดสินค้า

  • Nutri Master Bain 30 Capsules เสริมสร้างพัฒนาการทางด้านสมองของ เด็ก ทำให้เรียนรู้เร็ว ความจำดี มีสมาธิสูง ฉลาด บำรุงสมองลดความตึงเครียดของสมอง จากการเ
Nutri Master Bain 30 Capsules เสริมสร้างพัฒนาการทางด้านสมองของ เด็ก ทำให้เรียนรู้เร็ว ความจำดี มีสมาธิสูง ฉลาด บำรุงสมองลดความตึงเครียดของสมอง จากการเ
 
รหัสสินค้า : br016
ยี่ห้อ : Nutri Master Bain 30 Capsules
รุ่น : Nutri Master Bain 30 Capsules
สภาพสินค้า : สินค้ามือใหม่
Links : คลิกลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
ราคา :440.00 ฿
Add to Cart Share with Friends
รายละเอียดสินค้า :

Nutri Master Bain 30 Capsules

DOCOSAHEXAENOIC ACID (DHA) 70%

ซื้อ 4 กล่องแถม 1 กล่อง
Bain
เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากปลาทูน่าซึ่งให้ปริมาณ DHA เข้มข้นถึง 70% จึงสามารถคงตัวอยู่ในกระแสเลือดได้นาน เป็นกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า 3 ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำเป็นต้องได้รับจากอาหารพบปริมาณมากใน ปลาทะเลน้ำลึกได้แก่ ปลาทูน่าโดย DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมองและจอรับภาพในดวงตา (retina) รวมถึงกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อไมอีลินรอบเส้นใยประสาท ซึ่งช่วยในการถ่ายทอดสัญญาณและข้อมูลของเซลล์ประสาทโดยเฉพาะในเยื่อหุ้ม เซลล์สมอง จะประกอบด้วย DHA ถึง 60% จึงมีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง

เหมาะสำหรับ : บุคคลทุกเพศ ทุกวัย ที่ต้องการส่งเสริมการทำงานของสมอง และสายตา


ประโยชน์ของ BAIN
1.
เสริมสร้างพัฒนาการทางด้านสมองของเด็ก ทำให้เรียนรู้เร็ว ความจำดี
มีสมาธิสูง ฉลาด
2.
บำรุงสมอง ให้มีความคิดสร้างสรรค์ สมองปลอดโปร่ง
3.
ลดความตึงเครียดของสมอง จากการเรียนหรือทำงานหนักทำให้มีสมาธิในการเรียน และการทำงานมากขึ้น
4.
ลดและป้องกันอาการหลงๆ ลืมๆ และภาวะสมองเสื่อม(Alzheimer)
5.
บำรุงสายตา ช่วยให้การมองเห็นชัดเจนดีขึ้น ป้องกันความเสื่อมของจอตา(Retina)

วิธีการรับประทาน
-
เด็กอายุ 1-12 ปีควรได้รับ DHA 20 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1กก.
-
หญิงตั้งครรภ์รับประทาน DHA วันละ 200 มก.(1 แคปซูล)
-
หญิงให้นมบุตรรับประทาน DHA วันละ 200 มก.( 1 แคปซูล)
-
ผู้ใหญ่รับประทาน DHA วันละ 200-400 มก.

DHA คืออะไร?
กรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า 3 ได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้นพบมากในปลาทะเลน้ำลึกได้แก่ ปลาทูน่า โดย DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง (Brain Cell) และจอรับภาพในดวงตา (retina) รวมถึงกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อไมอีลีนรอบเส้นใยประสาท (Myelinogenesis) ซึ่งช่วยในการถ่ายทอดข้อมูลของเซลล์ประสาท และการส่งสัญญาณแสง ซึ่งช่วยในการมองเห็นโดยเฉพาะ ในเยื่อหุ้มเซลล์สมองจะประกอบด้วย DHA ถึง 60% ดังนั้น DHA จึงมีความสำคัญต่อการทำงานของสมองอย่างมีประสิทธิภาพ

ใครบ้างที่ควรได้รับ DHA

สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร
DHA
เป็นสารอาหารที่จำเป็นในการพัฒนาสมอง และตาของเด็กนับตั้งแต่อยูในครรภ์มารดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยทารกจะได้รับ DHA เหล่านี้ผ่านเส้นเลือดที่มาจากรกของคุณแม่ หลังจากคลอดในช่วง 4 เดือนแรกร่างกายของทารกจะยังไม่สามารถสังเคราะห์ DHA จากกรดไขมันได้เอง ลูกจึงได้รับ DHA ผ่านทางน้ำนมของคุณแม่ ดังนั้นการได้รับ DHA อย่างพอเพียงของคุณแม่ จึงมีผลต่อความสมบูรณ์ และพัฒนาการของสมองรวมถึงดวงตาของลูกมาก

วัยเรียนและวัยทำงาน
ถึงแม้สมองจะโตเต็มที่แล้วแต่ในช่วงวัยเหล่านี้พบว่าสาร DHA กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อช่วยให้ระบบการทำงานของสมอง และตาเป็นไปอย่างสมบูรณ์เนื่องด้วยเป็นวัยที่มีการใช้สมอง และสายตาในการเรียน และการทำงานอย่างหนัก

ผู้สูงอายุ
เป็นช่วงวัยที่อวัยวะต่าง ในร่างกายเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมอง และสายตาจากบทความของ Dr.Uauy และ Dr.Dangour ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารของสถาบัน International life sciences institute พบว่าผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (alzheimer’s disease) และผู้ป่วยที่ไม่สามารถมองเห็นในที่มืดได้เนื่องจากเม็ดสีในจอตาผิดปกติ
(retinitis pigmentosa)
จะมีระดับ DHA ลดลงมากผิดปกติ และพบว่าการได้รับน้ำมันปลา
เสริมช่วยป้องกันภาวะโรคดังกล่าวได้

ทำไมต้องเป็น DHA 70%
น้ำมันปลาโดยทั่ว ไป จะมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 คือ DHA : EPA ในอัตราส่วน 12% :18% แต่จากผลการวิจัยถึงคุณประโยชน์ของ DHA ที่ผ่านมา จึงได้มีการพัฒนาการสกัดน้ำมันปลาทูน่าให้อุดมไปด้วย DHA ความเข้มข้นสูงถึง 70% เพื่อให้ได้ DHA ที่มีคุณภาพ และมีค่าทางชีวภาพสูง (High Bioavailability) จึงสามารถดูดซึม และคงตัวอยู่ในกระแสเลือดได้นาน มีประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำมันปลาทั่วไป เน้นในด้านการบำรุงสมอง และสายตาโดยเฉพาะ

DHA 70% มีประโยชน์อย่างไรบ้าง
-
เสริมสร้างพัฒนาการด้านสมองของเด็ก
-
ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว ความจำดี สมาธิสูง
-
บำรุงสมอง ให้มีความคิดสร้างสรรค์ สมองปลอดโปร่ง
-
ลดความตึงเครียดของสมอง จากการเรียนหรือทำงานหนัก
-
มีสมาธิในการเรียน และการทำงานมากขึ้น
-
ลดและป้องกันอาการหลง ลืม และภาวะสมองเสื่อม (alzheimer’s   disease)
-
บำรุงสายตา และป้องกันความเสื่อมของจอตา (retina)

แก้ไขล่าสุด : 22/09/2011