|
Nutri Master Bain 30 Capsules
DOCOSAHEXAENOIC ACID (DHA) 70%
ซื้อ 4 กล่องแถม 1 กล่อง
Bain เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากปลาทูน่าซึ่งให้ปริมาณ
DHA เข้มข้นถึง 70%
จึงสามารถคงตัวอยู่ในกระแสเลือดได้นาน เป็นกรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า
3 ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้จำเป็นต้องได้รับจากอาหารพบปริมาณมากใน
ปลาทะเลน้ำลึกได้แก่ ปลาทูน่าโดย DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมองและจอรับภาพในดวงตา
(retina) รวมถึงกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อไมอีลินรอบเส้นใยประสาท
ซึ่งช่วยในการถ่ายทอดสัญญาณและข้อมูลของเซลล์ประสาทโดยเฉพาะในเยื่อหุ้ม
เซลล์สมอง จะประกอบด้วย
DHA ถึง 60%
จึงมีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง
เหมาะสำหรับ
: บุคคลทุกเพศ ทุกวัย
ที่ต้องการส่งเสริมการทำงานของสมอง
และสายตา
ประโยชน์ของ BAIN
1. เสริมสร้างพัฒนาการทางด้านสมองของเด็ก ทำให้เรียนรู้เร็ว ความจำดี
มีสมาธิสูง ฉลาด
2. บำรุงสมอง ให้มีความคิดสร้างสรรค์ สมองปลอดโปร่ง
3. ลดความตึงเครียดของสมอง จากการเรียนหรือทำงานหนักทำให้มีสมาธิในการเรียน
และการทำงานมากขึ้น
4. ลดและป้องกันอาการหลงๆ ลืมๆ และภาวะสมองเสื่อม(Alzheimer)
5. บำรุงสายตา ช่วยให้การมองเห็นชัดเจนดีขึ้น
ป้องกันความเสื่อมของจอตา(Retina)
วิธีการรับประทาน
- เด็กอายุ 1-12
ปีควรได้รับ DHA 20 มก. ต่อน้ำหนักตัว 1กก.
- หญิงตั้งครรภ์รับประทาน DHA
วันละ 200
มก.(1 แคปซูล)
- หญิงให้นมบุตรรับประทาน DHA
วันละ 200
มก.( 1 แคปซูล)
- ผู้ใหญ่รับประทาน DHA
วันละ 200-400
มก.
DHA คืออะไร?
กรดไขมันจำเป็นกลุ่มโอเมก้า 3 ได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้นพบมากในปลาทะเลน้ำลึกได้แก่
ปลาทูน่า โดย DHA
เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมอง (Brain Cell) และจอรับภาพในดวงตา (retina) รวมถึงกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อไมอีลีนรอบเส้นใยประสาท
(Myelinogenesis) ซึ่งช่วยในการถ่ายทอดข้อมูลของเซลล์ประสาท และการส่งสัญญาณแสง ซึ่งช่วยในการมองเห็นโดยเฉพาะ ในเยื่อหุ้มเซลล์สมองจะประกอบด้วย
DHA ถึง 60%
ดังนั้น DHA จึงมีความสำคัญต่อการทำงานของสมองอย่างมีประสิทธิภาพ
ใครบ้างที่ควรได้รับ DHA
สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร
DHA เป็นสารอาหารที่จำเป็นในการพัฒนาสมอง
และตาของเด็กนับตั้งแต่อยูในครรภ์มารดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยทารกจะได้รับ DHA
เหล่านี้ผ่านเส้นเลือดที่มาจากรกของคุณแม่ หลังจากคลอดในช่วง 4 เดือนแรกร่างกายของทารกจะยังไม่สามารถสังเคราะห์ DHA
จากกรดไขมันได้เอง ลูกจึงได้รับ DHA ผ่านทางน้ำนมของคุณแม่ ดังนั้นการได้รับ DHA
อย่างพอเพียงของคุณแม่
จึงมีผลต่อความสมบูรณ์ และพัฒนาการของสมองรวมถึงดวงตาของลูกมาก
วัยเรียนและวัยทำงาน
ถึงแม้สมองจะโตเต็มที่แล้วแต่ในช่วงวัยเหล่านี้พบว่าสาร DHA
กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อช่วยให้ระบบการทำงานของสมอง
และตาเป็นไปอย่างสมบูรณ์เนื่องด้วยเป็นวัยที่มีการใช้สมอง
และสายตาในการเรียน และการทำงานอย่างหนัก
ผู้สูงอายุ
เป็นช่วงวัยที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมอง และสายตาจากบทความของ Dr.Uauy
และ Dr.Dangour ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารของสถาบัน International life sciences institute พบว่าผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (alzheimer’s disease) และผู้ป่วยที่ไม่สามารถมองเห็นในที่มืดได้เนื่องจากเม็ดสีในจอตาผิดปกติ
(retinitis pigmentosa) จะมีระดับ DHA
ลดลงมากผิดปกติ และพบว่าการได้รับน้ำมันปลา
เสริมช่วยป้องกันภาวะโรคดังกล่าวได้
ทำไมต้องเป็น DHA 70%
น้ำมันปลาโดยทั่ว ๆ ไป จะมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 คือ DHA
: EPA ในอัตราส่วน 12%
:18% แต่จากผลการวิจัยถึงคุณประโยชน์ของ DHA
ที่ผ่านมา จึงได้มีการพัฒนาการสกัดน้ำมันปลาทูน่าให้อุดมไปด้วย
DHA ความเข้มข้นสูงถึง 70% เพื่อให้ได้ DHA
ที่มีคุณภาพ และมีค่าทางชีวภาพสูง (High Bioavailability)
จึงสามารถดูดซึม และคงตัวอยู่ในกระแสเลือดได้นาน มีประสิทธิภาพสูงกว่าน้ำมันปลาทั่วไป
เน้นในด้านการบำรุงสมอง และสายตาโดยเฉพาะ
DHA 70% มีประโยชน์อย่างไรบ้าง
- เสริมสร้างพัฒนาการด้านสมองของเด็ก
- ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว ความจำดี สมาธิสูง
- บำรุงสมอง ให้มีความคิดสร้างสรรค์ สมองปลอดโปร่ง
- ลดความตึงเครียดของสมอง จากการเรียนหรือทำงานหนัก
- มีสมาธิในการเรียน และการทำงานมากขึ้น
- ลดและป้องกันอาการหลง ๆ ลืม ๆ และภาวะสมองเสื่อม (alzheimer’s
disease)
- บำรุงสายตา และป้องกันความเสื่อมของจอตา (retina)
|